ขบ. ปรับเนื้อหาข้อสอบใบขับขี่ ยากขึ้น ทฤษฏีเน้นวิเคราะห์

อีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังใจเข้ารับการสอบใบขับขึ่ เมื่อวันนี้ (3 ม.ค. 63) กรมการขนส่งทางบก เตรียมยกระดับมาตรฐานคุณภาพผู้ขับรถ ปรับเนื้อหาข้อสอบภาคทฤษฏี โดยจะเน้นไปทางข้อสอบเชิงวิเคราะห์ และทดสอบการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และเหตุการณ์ฉุกเฉินในการขับขี่ ซึ่งกำลังทยอยนำข้อสอบใหม่เข้าสู่ระบบ คาดเสร็จภายในเดือนเมษายน 2563

โดยนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เผยว่า กรมขนส่งทางบกได้พัฒนามาตรฐานการออกใบอนุญาตให้เข้มข้นมาขึ้น

เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้ขับขี่ ให้มีความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยการปรับปรุงข้อสอบปรนัยผู้เข้าสอบจะต้องผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจากเดิมเนื้อหาจะเน้นเกี่ยวกับป้ายสัญลักษณ์ของเครื่องหมายจราจร ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ แต่ฉบับใหม่ได้ทำการปรับปรุงเนื้อหาข้อสอบเป็นเชิงวิเคราะห์มากขึ้น โดยจะลดสัดส่วนของข้อสอบความจำเหลือ 10-20% เหลืออีกประมาณ 80-90% จะเป็นเนื้อหาข้อสอบใหม่ โดยจะเริ่มทยอยนำข้อสอบใหม่เข้าระบบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 63 และคาดว่าจะเสร็จภายในเดือนเมษายน 63

ในส่วนลักษณะข้อสอบยังคงเป็นข้อสอบแบบเลือกตอบ (multiple choices) โดยมีคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว มีตัวเลือกตอบจำนวน 4 ตัวเลือก ใช้วิธีการสุ่มคำถาม จำนวน 50 ข้อ จากคำถามที่มีอยู่ในฐานข้อมูลจำนวน 1,000 ข้อ และเกณฑ์การทดสอบยังคงใช้เกณฑ์เดิมที่ใช้ในปัจจุบัน คือต้องได้คะแนนเกินร้อยละ 90 (ผ่าน 45 ข้อจากจำนวนเต็ม 50 ข้อ) การปรับเนื้อหาข้อสอบในการขอรับใบอนุญาตขับรถครั้งใหม่นี้จะช่วยประเมินการรับรู้เรื่องความปลอดภั ยในการขับขี่และความสามารถในการวิเคราะห์แก้ปัญหาในกรณีที่เกิดสถานการณ์กรณีฉุกเฉินบนท้องถนนของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถได้

ทั้งนี้นายจิรุตม์ฯ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยังเผยเพิ่มอีกว่า การสอบภาคทฤษฏีเป็นเพียงส่วนหนึ่งในกระบวนการทดสอบเท่านั้น

ยังต้องมีการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายเพื่อตรวจสอบว่าเป็นผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์เพียงพอที่จะขับขี่ได้อย่างปลอดภั ยและยังต้องอบรมภาคทฤษฎี เพื่อให้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถมีความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร กฎหมายและข้อบังคับต่างๆ การขับรถอย่างปลอดภั ย เสริมสร้างวินัยจราจร มารยาท และจิ ตสำนึ กที่ดีในการขับรถ ข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและการให้ความช่วยเหลือ และการปฐมพยาบาล

โดยผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องผ่านกระบวนดังกล่าวด้วยตนเองทั้งหมด และส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภั ยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง

ขอบคุณ อีจัน