ยอดเดือนแรกปี 63 โรงงานปิดกิจการ กว่า 222 แห่ง

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ต้องขอเป็นกำลังใจให้กำลังพนักงานเหล่านี้จริงๆ เมืื่อไม่นานมานี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมกรอ กระทรวงอุตสาหกรรม พบยอดขอปิดกิจการเดือน มค 2563 มีจำนวน 222 โรงงาน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 53จุด10% คิดเป็นมูลค่าลงทุน 2จุด29 พันล้านบาท ลดลง 8จุด4% คิดเป็นจำนวนแรงงานที่เลิกจ้าง 2 จุด 51 พันคน ลดลง 31จุด 04%

จากปีก่อนอยู่ที่ 3จุด64 พันคน โดยรัฐบาลมีมาตรการดูแลแรงงาน อีกทั้งยังมีความต้องการแรงงานอีกจำนวนมาก สังเกตได้จากยอดขยายโรงงานในเดือนเดียวกันที่เพิ่มขึ้น 41จุด17%

โดยยอดขยายกิจการเดือน มค 2563 มีจำนวน 96 โรงงาน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 41จุด17% มีมูลค่าลงทุน 1จุด49 หมื่นล้านบาท ลดลง 33จุด18% จาก 2จุด23 หมื่นล้านบาท ส่วนยอดคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร ง 4 มีจำนวน 313 โรงงาน ลดลง 13จุด29% มูลค่าลงทุน 2จุด53 หมื่นล้านบาท ลดลง 51จุด52% แบ่งเป็นการเปิดกิจการใหม่จำนวน 217 โรงงาน ลดลง 25จุด93% มูลค่าการลงทุน 1จุด03 หมื่นล้านบาท ลดลง 65จุด20%

สำหรับทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและพื้นที่อีอีซีเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นตอบรับนโยบายรัฐบาล โดยการลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เอสเคิร์ฟ เดือนมค มีการขอการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร.ง.4 และขยายกิจการ จำนวน 98 โรงงาน เพิ่มขึ้น 988จุด88% มูลค่าการลงทุน 1จุด04 หมื่นล้านบาท ลดลง 21จุด21%

โดย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่เปิดกิจการและขยายกิจการซึ่งมีมูลค่ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ เกษตรเทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์ ท่องเที่ยวสุขภาพ

ด้านนายทองชัย ชวลิตเชษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ศอ กล่าวว่า จากตัวเลขดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม เอ็มพีไอ เดือน ธค 2562 อยู่ที่ระดับ 99จุด02 หดตัว 4จุด35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 103จุด52 แต่ถือว่าปรับตัวดีขึ้น 2จุด13% เมื่อเทียบกับเดือน พย 2562 ที่หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.09% อยู่ที่ระดับ 96จุด95 เห็นได้ว่าภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หลังจากจีนและสหรัฐสามารถบรรลุยุติข้อตกลงทางการค้าร่วมกันได้เมื่อกลางเดือน มค ที่ผ่านมา

เชื่อว่าสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างทั้งสองประเทศมีทิศทางผ่อนคลายลงเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยด้วย และเชื่อว่าไทยยังเป็นประเทศเป้าหมายในการลงทุน เนื่องจากไทยมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค และยังมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่จูงใจนักลงทุนได้