หันมาป ลู กมั น หวานขาย แทนมันสัมปะหลัง ทำรายได้เดือนละ 2 แสน

อีกหนึ่งพืชผลทางการเกษตรที่น่าสนใจสำหรับใครที่กำลังมองหาการทำเกษตรวันนี้เรามีอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยมาแนะนำ อย่าง มันหวาน นอกจากจะสีสันสวยงามแถมยังมีรสชายหอมหวานอร่อยและมีประโยชน์ทานได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งสำหรับในประเทศไทยมีเนื้อที่เก็บเกี่ยว ผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ ข ย า ยตัวเพิ่มขึ้นตามลาดับ เนื่องจาก ร า ค า มันสำปะหลังอยู่ในเกณฑ์ดี ภาครัฐมีการดำเนิน โครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกษตรกรข ย า ยพื้นท่ีปลูก และการระบาดของ เพลี้ยแป้งลดลงมาก

 

 

รวมถึงเกษตรกรดูแลรักษาดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปี 2557 มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 8.43 ล้านไร่ ผลผลิต 30.02 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ 3.56 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2556 ที่มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 8.66 ล้านไร่ ผลผลิต 30.23 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ 3.49 ตัน พบว่า ลดลง 2.61% และ 0.68% ตามลาดับ เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

เช่น อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยง สั ต ว์ และ ย า งพารา รวมถึงพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังแซมในสวน ย า งพารา ซึ่งปัจจุบัน ย า งพาราเจริญเติบโตไม่สามารถ ปลูกแซมได้อีก ส่วนผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น 1.98% เนื่องจากเกษตรกรมีการบารุงดูแลรักษาที่ดี ประกอบ กับสภาพอากาศเอื้ออานวยต่อการเจริญเติบโต

 

 

มันสำปะหลังเป็นพืชที่ไม่สำจัดอายุการเก็บเกี่ยวแต่ควรเก็บเกี่ยวเมื่ออายุครบ8เดือนขึ้นไปโดยอายุที่เหมาะสมคือ12เดือนไม่ควรเก็บเกี่ยวในช่วงที่มีฝนตกชุกเพราะจะทำให้มีเปอร์เซนต์แป้งต่ำการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังมีกระบวนการดังต่อไปนี้

ใช้มีดตัดต้นเหนือระดับพื้นดินประมาณ30เซนติเมตร

ถอนโดยใช้จอบหรือรถแทรกเตอร์ที่มีอุปกรณ์ชุดพ่วงถ้ายเพื่อขุดหัวมันสำปะหลัง

 

ตัดส่วนหัวมันสำปะหลังออกจากต้นหรือเหง้า

หลังจากที่สถานการณ์มันสำปะหลังในประเทศตกต่ำอย่างหนักมานานหลายปีนายวิวัฒน์ศรีกระสังข์อายุ32ปีเกษตรกรบ้านประชาสันต์หมู่ที่10ต.เสิงสางอ.เสิงสางจ.นครราชสีมาตัดสินใจรื้อไร่มันสำปะหลังของตนเองที่มีอยู่เกือบ50ไร่หันไปปลูกมันเทศแทนมันสำปะหลัง

 

 

เนื่องจากมองเห็นว่ามี ร า ค า ที่ดีกว่ามันสำปะหลังอีกทั้งยังใช้ระยะเวลาในการเพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวเพียงแค่4เดือนในขณะที่มันสำปะหลังต้องใช้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวครั้งเดียวต่อปี

แต่ก็ยังต้องมาประสบกับปัญหา ร า ค า ที่ไม่แน่นอนจึงหันมาทดลองปลูกมันหวานสาย พั น ธุ์ ต่างประเทศซึ่งกำลังเริ่มเป็นที่ต้องการของตลาดและมี ร า ค า สูงกว่ามันเทศธรรมดาหลาย10เท่าตัว

พร้อมทั้งหาตลาดด้วยตัวเองและใช้โอกาสจากการที่เข้าร่วมโครงการต่างๆของรัฐพัฒนาต่อยอดจนทุกวันนี้สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายมันหวานได้เดือนละกว่า2แสนบาท

นายวิวัฒน์ฯกล่าวว่ามันหวานสาย พั น ธุ์ ต่างประเทศนั้นมีหลากหลายชนิดทั้ง พั น ธุ์ สีส้มเบนิฮารุกะโอกินาว่าสายน้ำผึ้งอินโดและฮาวาย ร า ค า ก็จะมีเริ่มต้นตั้งแค่กิโลกรัมละ60บาทไปจนถึง350บาทเลยทีเดียว

โดย พั น ธุ์ ที่มี ร า ค า สูงสุดคือสาย พั น ธุ์ ฮาวายกิโลกรัมละ350บาทขณะที่มันเทศธรรมดา ร า ค า ขณะนี้จะอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ6–10บาท

 

แต่ ร า ค า นี้ก็ถือว่าดีกว่ามันสำปะหลังที่ ร า ค า ตกอยู่เพียงกิโลกรัมละหนึ่งบาทเศษเท่านั้น

ในขณะนี้กระแสมันหวานกำลังมาแรงเป็นที่นิยมชื่นชอบในหมู่ลูกค้าผู้ที่รักในสุขภาพจะนิยมรับประทานมากเป็นพิเศษอีกทั้งรสชาติที่หวานหอมจึงทำให้เริ่มมีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งขณะนี้ตนเองกำลังอยู่ในระหว่างการรวมกลุ่มผู้ผลิตและเจรจากับทางตลาดระดับบนคือในส่วนของห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อต่อยอดการตลาดให้มากยิ่งขึ้นด้วย

 

 

ข้อควรร ะ วั ง

สภาพพื้นที่ปลูกควรดูแลรักษาให้ปราศจากวัชพืช โ ร ค และแ ม ล ง อยู่เสมอ

ต้น พั น ธุ์ ที่ใช้ปลูกควรใหม่สดไม่บอบช้ำปราศจาก โ ร ค แ ม ล ง และเป็น พั น ธุ์ ที่ไม่ถูกทำลายโดย ส า ร เ ค มี กำจัดวัชพืช

ผลผลิต(หัวสด)เมื่อเก็บเกี่ยวส่งจำหน่ายไม่ควรมีส่วนของลำต้นและดินปน

หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตควรรีบส่งจำหน่ายทันทีไม่ควรทิ้งไว้นานเกิน4วันเพราะจะเน่าเสียหาย

การพ่น ส า ร เ ค มี กำจัด โ ร ค แ ม ล ง และวัชพืชทุกครั้งควรมีการป้องกันให้ถูกวิธี

แหล่งข้อมูลบางส่วนจาก คู่มือนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร มันสําปะหลัง

เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต