อุตตม ประกาศแล้ว ปิดลงทะเบียนเงิน 5000 แล้ว เผย 3 กลุ่มนี้ไม่มีสิทธิ์รับเงิน

ยังคงเป็นที่ได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง วันที่ 11 พ.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลังจะเริ่มโอนเงิน 5,000 บาท 2 เดือนควบ หรือ 10,000 บาทในวันนี้ (11 พ.ค.) ส่วนการขอ ทบทวนสิทธิ์ ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com นั้นได้ปิดให้ทบทวนไปแล้ว

แต่หากลงไม่ทัน สามารถเดินทางมาที่กรมประชาสัมพันธ์เพื่อยื่นทบทวนสิทธิ์ได้ทางเอกสารถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดสามารถโทรสอบถาม หรือร้องเรียนไปยังที่ศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ

สำหรับวิธีตรวจสอบสถานะได้ง่ายๆ ว่าได้รับเงินมาตรการ 5,000 บาท หรือไม่ได้ทันที เพียงทำตาม 3 ขั้นตอนต่อไปนี้

1. เข้าไปที่ www.เราไม่ทิ้งกัน.com

2. เลือกเมนู ตรวจสอบสถานะ

3. กรอกข้อมูลส่วนตัว อาทิ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์ และ วัน/เดือน/ปีเกิด

ในกลุ่มที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จ เพราะข้อมูลบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่ถือว่าลงทะเบียนไม่ผ่านเพราะมีปัญหาด้านบัตรประชาชน 1.7 ล้านคนนั้น กระทรวงการคลังจะตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นว่า ควรได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ หลังจากนั้น ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูล เพื่อหามาตรการช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ต่อไป

นายอุตตม กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีกองทุนการออมแห่งชาติหรือกอช. ออกข่าวว่า จะมีการเปิดลงทะเบียนใหม่ในมาตรการเยียวยากลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ นักเรียน นักศึกษาพาร์ทไทม์นั้น ยืนยันว่า ไม่มีการเปิดลงทะเบียนใหม่ หลังจากปิดลงทะเบียนไปเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา และการจ่ายเงินจะยึดเกณฑ์จากการประกอบอาชีพเป็นหลัก หากนักศึกษาทำงานด้วยเพื่อเก็บเงินไปเรียน กรณีแบบนี้ ได้รับเงินเยียวยาแน่นอน

แต่นักศึกษาจะต้องลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้ ถ้ายังไม่ได้รับเงินก็สามารถยื่นทบทวนสิทธิ์ได้ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม ส่วนนักศึกษาพาร์ทไทม์ที่ยังไม่ลงทะเบียน คงไม่ได้รับเงิน ถือว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ ซึ่งรายงานข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า กอช.ออกข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จะเปิดลงทะเบียนใหม่ในมาตรการ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ นักเรียน นักศึกษาพาร์ทไทม์ เป็นข้อมูลที่ผิดพลาดและเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ซึ่งผู้บริหารกระทรวงการคลังสั่งให้ถอดข่าวดังกล่าวออกจากเว็บเพจ สถานีข่าวกระทรวงการคลังรวมถึงในเว็บไซต์กระทรวงการคลัง ในทุกช่องทางแล้ว โดยในเรื่องการลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกัน อยากให้ยึดข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และจากทางสำนักงานรัฐมนตรีจะเป็นข้อมูลเป็นทางการ

ที่มา siamnews