ไ อ เดียแจ๋ว สร้างโบสถ์-วิหารจากขวดแก้ว

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก สำหรับแนวคิดไอเดียของวัดแห่งนี้ การลดปริมาณการใช้สิ่งของต่างๆ นับว่าเป็นวิธีที่ช่วยลดปัญหาขยะเกลื่อนเมืองของประเทศให้ลดน้อยลงได้เป็นอย่างดี แต่อีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยลดปัญหาขยะได้เช่นกัน นั่นก็คือ การนำเอาขยะที่กำลังจะถูกทิ้งมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการนำกลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบต่างๆ และรอบๆตัวเราก็คงหนีไม่พ้น ขวดแก้ว ขวดพลาสติก

เพราะเราทั้งดื่ม ทั้งรับประทาน ไม่ว่าจะขวดน้ำเปล่า ขวดน้ำผลไม้ ขวดเหล้า ขวดเบียร์ฯ หลังจากใช้งานเสร็จแล้ว บางคนเลือกที่จะเก็บไปทิ้ง บางคนเลือกที่จะเก็บสะสมเพื่อนำไปจำหน่ายสร้างรายได้ แต่หารู้หรือไม่ว่า ขวดเหล่านี้ สามารถนำมา Reuse หมุนเวียนใช้ซ้ำอีกครั้ง เพื่อประดิษฐ์เป็นของใช้ต่างๆ หรือตกแต่งเป็นผนังบ้านได้อีกด้วย

เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น

วันนี้ทางทีมงานจะพาทุกท่านไปดูอีกหนึ่งไอเดียสุดเจ๋ง กับการตกแต่งผนังสุดสร้างสรรค์ ด้วยวัสดุที่เราใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ โดยรีไซเคิล “ขวดแก้ว”

สำหรับวัดลาดเก่า หรือวัดล้านขวด ซึ่งความอะเมซิ่งของวัดแห่งนี้ จะมีความพิเศษตรงที่ ตัวอุโบสถและอาคารต่างๆในวันถูกประดับไปด้วยขวดจำนวนมากมาย ดูสวยงามสุดๆ

โดยทางเพจ คนยโสธร ได้โพสต์ภาพของวัดล้านขวดพร้อมข้อความใจความว่า วัดลาดเก่า หรือ วัดล้านขวด ตั้งอยู่อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือการนำเอาขวดมาก่อสร้างเป็นศาสนสถาน ทั้งตัวอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง หรือซุ้มประตูรั้ว ล้วนแล้วแต่ทำจากขวดทั้งหมด

เป็นการนำภูมิปัญญาและความชำนาญมาใช้ได้อย่างงดงามและลงตัวทีเดียวซึ่งเป็นแหล่งโบราณสถานและเป็นที่สักการะของประชาชนชาวยโสธร เป็นศูนย์ค้นคว้าข้อมูลประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และการท่องเที่ยว เป็นการนำขวดมาก่อสร้างเป็นศาสนสถาน เป็นการใช้ภูมิปัญญาและความชำนาญ

ภายในบริเวณวัดจะค่อนข้างร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาชนิด มีพระอุโบสถหลังใหญ่ที่ทำด้วยขวดแก้วสีเขียวตั้งตระหง่านเหนือพื้นน้ำ ดูสวยงาม แปลกตามากๆ เป็นอีกสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดยโสธรที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง บ้านลาดเก่า หมู่ 2 ตำบลดู่ลาด อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร

อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นไอเดียที่น่าชื่นชมและสร้างความสวยงามให้กับสถานที่เป็นอย่างมาก แถมยังสร้างสรรค์ลวดลายและจิตกรรมโดยใช้เศษขวดแก้วที่เหลือใช้จนทำให้กลายเป็นศิลปะของวัดที่สุดอะเมซิ่งอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

ขอบคุณที่มา : คนยโสธร