สศค. ยื่นขอ ปอศ. ตรวจสอบร้านค้าที่ร่วมโครงการคนละครึ่ง

สำหรับโครงการ คนละครึ่ง ที่ทางรับบาลช่วยออกค่าใช้จ่ายครึ่งนึงเมื่อซื้อของ ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนรอบแรกครบ 10 ล้านคนแล้ว และเตรียมเปิดให้ลงทะเบียนรอบ 2 เร็วๆนี้ และยังพบว่ามีบางร้านที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เข้าข่ายฉ้อโกงรับแลกเป็นเงินสด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 พ.ย.63 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)

นายอรรถพล อรรถวรเดช รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ.เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้ตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดของ 3 ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง โดยมีการเบิกจ่ายเงินจากรัฐโดยที่ไม่มีการซื้อสินค้าจริง

นายอรรถพล กล่าวว่า จุดประสงค์ของโครงการคนละครึ่งของรัฐบาลนั้น ก็เพื่อบรรเทาเรื่องค่าใช้จ่ายและกระจายรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลทางธุรกรรมร่วมกับธนาคารกรุงไทย ก็พบว่ามีร้านค้าของชำ 3 ร้านในพื้นที่ต่างจังหวัดอาจกระทำผิดตามกฎหมายอาญาฐานฉ้อโกง จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ พร้อมระงับสิทธิ์ของร้านค้าดังกล่าว

ก่อนมายื่นหนังสือให้ บก.ปอศ.ดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากพบว่าร้านค้าดังกล่าวได้เบิกเงินของรัฐโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริงมาตั้งแต่เริ่มโครงการ นอกจากนี้กำลังรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเนื่องจากคาดว่าอาจมีร้านค้าอื่นๆ ที่กระทำการในลักษณะเดียวกันอีก

รองผู้อำนวยการ สศค.กล่าวอีกว่า จึงขอเตือนผู้ประกอบการและประชาชนให้คำนึงถึงจุดประสงค์ของโครงการนี้ว่าให้ทำอย่างถูกต้อง เพราะยังมีร้านค้าอื่นๆ นับแสนรายที่มาร่วมลงทะเบียนด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของทุกฝ่าย และยืนยันว่ากระทรวงการคลัง กับธนาคารสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับการขยายโครงการเฟส 2 นั้น ยังต้องพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมามียอดการใช้จ่ายสูงถึง 5 พันล้านบาท แต่การกระทำผิดดังกล่าวคงไม่ถึงขั้นสั่งยกเลิกโครงการนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องไว้ก่อน จะนำเสนอกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน หากพบการกระทำของร้านค้ามีมูลผิดจริง ก็จะเชิญผู้เสียหายมาแจ้งความ พร้อมสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ใครที่ได้รับสิทธิโครงการ คนละครึ่ง ให้รีบใช้สิทธิครั้งแรกก่อนถูกตัดสิทธิค่ะ