งานเข้า เมียหลวงเปิดหน้าชน เเม่น้ำหนึ่ง งัดหลักฐานเด็ดที่สามีเปลี่ยนไป

เป็นประเด็นร้อนที่มีคนติดตามกันมาก จากกรณีโลกออนไลน์มีการกล่ าวถึงคลิปของผู้ใช้งาน tiktok รายหนึ่ง หลังออกมาโพสต์คลิปเหตุการณ์เมียหลวงบุกไปตามสามีถึงบ้านเจ้าแม่คนดัง พร้อมกับเขียนแคปชั่นประกอบคลิประบุว่า เจ้าแม่คนดังแย่งผัวชาวบ้าน เมียหลวงยังต้องเลี้ยงดูลูกเล็ก ๆ 2 คน คนโตอายุ 6 ขวบ คนเล็ก 8 เดือน แชร์ถึงชมรมที่ช่วยเมียหลวง ทั้งนี้ หลังจากคลิปนี้ถูกโพสต์ออกไป มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและเป้าไปที่เน็ตไอดอลดัง

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ล่ าสุด วันที่ 12 พ.ย. 64 เมื่อเวลา 11.00 น. แม่น้ำหนึ่ง ไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก แม่น้ำหนึ่ง Namnueng ชี้แจงว่า ที่บริษัทมีลูกน้องประมาณ 80 คน ตนเองสนิทกับลูกน้อง สนิทกับพนักงานทุกคน หนึ่งกับผู้ชายที่เป็นประเด็นไม่เคยมีความสัมพันธ์เกินเลย ตนเคยทักไปหาฝ่ายหญิงเพราะลูกน้องให้ทักไปง้อ จนตอนนี้ทั้ง 2 คนเลิกกันแล้ว ถ้าฝ่ายหญิงมั่นใจว่าตนมีความสัมพันธ์จริง ให้เอาหลักฐานมาฟ้องได้เลย ตนยืนยันว่าไม่เคยมีอะไรกัน และพร้อมให้ตรวจได้

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

โดยปกติตนกับพนักงานลูกน้องทุกคนสนิทกัน กอดกันได้ เ ห ยี ย บ หลังกันเล่น ๆ เป็นปกติ ตนสนิทกับลูกน้องผู้ชายคนอื่นมากกว่านี้อีก ส่วนประเด็นที่บอกว่าตนเองสร้างบ้านให้ผู้ชายไม่เป็นความจริง เรื่องจริงคือฝ่ายชายซึ่งเป็นลูกน้องมากู้เงินตนเอง 3 แสนบาท และมีหลักฐานสัญญาเงินกู้ยืนยันชัดเจน ตนเองให้พนักงานกู้เงินง่าย ๆ โดยไม่มีดอกเบี้ย

ขอย้ำว่าผู้ชายคนเดียวที่ตนสร้างบ้านให้คือรุ่ง สามีของตนเอง ที่ตอนนี้เป็นอดีตสามีเพราะเลิกกันแล้ว แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากัน โดยเลิกกันเพราะเหตุผลส่วนตัว ไม่ได้เลิกกันเพราะเป็นชู้กับผัวชาวบ้าน ตอนนี้อดีตสามีก็มีคนใหม่แล้ว ตนไม่เคยล้ำเส้น โดยที่ผ่านมาตนดูแลพนักงานเหมือนครอบครัว ฝ่ายนั้นบอกว่าสามีมาทำงาน 2 เดือน เลื่อนขั้นมาเป็นคนขับรถ ความจริงคือพนักงานไม่มีตำแหน่งชัดเจน ทุกคนขับรถให้ตนได้หมด พร้อมบอกว่าฝ่ายภรรย านั้นขี้หึงสามีมาก ไม่ใช่หึงแค่กับตนเอง แต่ไม่ว่าสามีจะไปทำงานที่ไหนก็ตามหึง แม้แต่สาวสองยังหึง ล่ าสุด แม่น้ำหนึ่งได้ปรึกษาทนายนิด้า เตรียมฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทแล้วในวันนี้

ด้านน.ส.ดุสิตา หรือ เอิร์น อายุ 23 ปี ภรรย าของนายฟิล์ม ที่อยู่ห่างจากบ้านนายฟิล์ม ประมาณ 300 เมตร บอกว่า ตอนนี้ไม่ได้รอนายฟิล์มกลับมาบ้านหรือมาขอคืนดีแล้ว ล่ าสุดวันนี้ที่คุยกัน ก็คุยกันเรื่องลูกเท่านั้น ซึ่งนายฟิล์มต่อรองหากหย่าร้างกัน จะขอส่งเสียเงินให้ลูกเดือนละ 10,000 บาท แต่ต้องแบ่งให้แม่เดือนละ 5,000 บาท ตนเองก็เลยถามไปว่าเงินเดือนได้แค่เดือนละ 10,500 ถ้าส่งเสียลูกหมดจะเอาไรกิน เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเบิกค่าน้ำมันหรือหายืมคนอื่นเอา

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

สำหรับเรื่องการนัดไปเซ็นใบหย่า ยังไม่มีกำหนดว่าจะไปวันไหน เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ขอให้สามีออกมาพูดความจริง ที่รู้อยู่แกใจว่าทำอะไรกันอยู่ ตอนนี้บอกตรง ๆ ว่า ไม่ได้ต้องการสามีกลับคืนมาแล้ว ส่วนเรื่องที่แม่น้ำหนึ่งจะฟ้องตนเอง ก็แล้วแต่แม่น้ำหนึ่งจะจัดการ เพราะตัวเองก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เป็นแค่ลูกชาวนา ไม่มีเงินประกันตัวสู้คดี ตนก็ยอมติด คุ ก

นอกจากนี้ โซเชียลมีเดียโพสต์ภาพเทียบภาพถ่ายของแม่น้ำหนึ่ง มีการไปนั่งทานข้าว รวมถึงภาพถ่ายโทรศัพท์มือถือที่โพสต์คล้ายกันกับของผู้ชาย และบรรย ากาศบ้านหรือสถานที่ต่าง ๆ ก็คล้ายกันด้วยนั้น

ด้านทนายพัฒน์ นายอนุสรณ์ อะสุระพงษ์ สำนักงานทนายพัฒน์ เปิดใจว่า ตอนนี้มีการให้แนวทางข้อมูลทางด้านกฎหมาย และได้ให้คำปรึกษากับทางเมียหลวงว่าทางกฎหมายสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง สำหรับทีมทนายเองได้เข้ามาดูในเบื้องต้น เนื่องจากทางภรรย าหลวงเองได้มีการโทรมาสอบถาม ในเรื่องของข้อกฎหมายเมื่อวานนี้ วันนี้ก็เลยเป็นข่าวออกมา ได้มีการโทรศัพท์ถามกันกับฝั่งภรรย าหลวง และได้ให้ข้อมูลทางด้านกฎหมายไปเบื้องต้น

เบื่องต้นเป็นการฟ้องในเรื่องของครอบครัว และกรณีค่าทดแทน ทางภรรย าหลวงได้มีการยืนยันว่ามีความผิดจริง ตอนนี้ทางทนายก็ได้มีการตรวจสอบและรวบรวมพย านหลักฐานว่าจะมีการช่วยเหลือเคสนี้ไปได้ในทิศทางไหนบ้าง ก็จะประกอบไปด้วยพย านวัตถุ ภาพถ่าย และพย านบุคคล ยืนยันว่าแค่มีการปรึกษาทางด้านกฎหมายเท่านั้น ยืนยันว่าฝั่งภรรย าหลวง ยังไม่มีการเรียกร้องอะไรเพิ่มเติม ต้องรอดูว่าอีกฝั่งจะมีการดำเนินกฎหมายไปทางไหนต่อ สำหรับทางฝั่งภรรย าหลวง

ตอนนี้ก็มีความเครียดค่อนข้างสูง ซึ่งก็มีการแนะนำไปบ้างแล้วว่าต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร อาทิ ผลเสีย หรือแนวทางที่จะได้ มีการเตรียมที่จะดำเนินค่าเสียหาย แต่ไม่สามารถชี้แจงได้ว่ามากน้อยเท่าไร เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับทีมทนายเองก็เจอเคสแบบนี้ค่อนข้างเยอะ อย่างเคสที่ผ่านมาก็มีการไกล่เกลี่ย พูดคุยกันแล้วจบลงด้วยดีก็มีและมีการฟ้องจนถึงขั้นพิพากษาก็มี ไปถึงการยึดทรัพย์บังคับคดี ก็แล้วแต่เคสของแต่ละเคสไป สำหรับการไลฟ์ของแม่น้ำหนึ่ง ทีมทนายก็ได้เห็นไลฟ์แล้ว ส่วนตัวมองว่าสำหรับการไลฟ์สดเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล ที่สามารถชี้แจงในส่วนของตัวเองได้ว่าผิดหรือไม่ผิด