พสกนิกรชาวไทยปลื้มปิติ ในหลวง พระราชินี ทรงลงพระอักษร ขอบใจในความรักและกำลังใจชาวอุดรฯ

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ณ ที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีประชาชนเฝ้าฯรับเสด็จท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานีจำนวนมาก

เมื่อเสด็จถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศและทรงตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯออกจากท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 ไปยังที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา นายวิเชียร แสงเจริญถาวร อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม , นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี พร้อมข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม เฝ้าฯรับเสด็จ

ครั้นเมื่อเสด็จเข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร จากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาส พะราชวโรกาส ให้นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี และนางสาวสาวิตรี ศรีบุญเรือง ผู้พิพากษาศาลยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานีทูลเกล้า ฯ ถวายหนังสือที่ระลึก จากนั้นเสด็จไปยังมณฑลพิธี ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ แล้วทรงวางแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ ลงในหลุมทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย อาคารที่ทำการศาลยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุดรธานี” แล้วเสด็จเข้าพลับพลาพิธีทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ทรงหลั่งทักษิโณทก

ทั้งนี้ภายหลังแล้วเสร็จพิธีวางศิลาฤกษ์และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ เพื่อแสดงความจงรักภักดี ที่ลานจอดเครื่องบินพระที่นั่งท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 จ.อุดรธานี อย่างใกล้ชิด

โดยพสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานีทั้ง 20 อำเภอ ต่างพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง และเสื้อสีส้มซึ่งเป็นสีประจำจังหวัด มาเฝ้าฯรับเสด็จอย่างเนืองแน่น พร้อมโบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธย วปร. และธงพระนามาภิไธย สท. พร้อมเปล่งเสียงถวายพระพร ทรงพระเจริญ ดังกึกก้องอันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน

ตลอดเส้นทางที่ทรงพระดำเนินผ่าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงแย้มพระสรวลและมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรอย่างใกล้ชิด ยังความปลื้มปีติแก่ราษฎรอย่างหาที่สุดมิได้ สมควรแก่เวลา จึงประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร

การนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระอักษร ด้านหลังพระบรมฉายาลักษณ์ ขอบใจชาวจังหวัดอุดรธานี ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ความว่า ขอบใจในความรักและกำลังใจเราต่างรักกันห่วงกันห่วงประเทศชาติ ช่วยกันรักษา บ้านเราด้วยความดี เพื่อความสุขและความเจริญรักษาความวิเศษของความเป็นไทย

ขณะที่พสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานีที่มาเฝ้าฯรับเสด็จต่างปลื้มปิติอย่างหาที่สุดมิได้ ที่มีโอกาสมาเฝ้าฯรับเสด็จทั้งสองพระองค์อย่างใกล้ชิด