พระมหาไพรวัลย์ ตอบคำถาม หลังพระสงฆ์ชูป้าย ต้องการเอาคิ้วเราคืนมา

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก จากกรณีมีการแชร์ภาพ พระสงฆ์ร่วมชุมนุมพร้อมถือป้าย โดยข้อความในป้ายเขียนว่า “เอาคิ้วเราคืนมา” ขณะเดียวกันมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แสดงความคิดเห็นต่อภาพดังกล่าวว่า “เห็นด้วยมากๆ การโกนคิ้วไม่มีในพุทธบัญญัติ คณะสงฆ์ไทยคิดเองเออเอง ไม่มีพระสงฆ์ที่ใดในโลกโกนคิ้ว คิ้วมีประโยชน์มาก กันเหงื่อไม่ให้ไหลเข้าตา ร่างกายเราออกแบบมาดีแล้ว สนับสนุนพระสงฆ์ไทยทวงคิ้วคืนมาจากมหาเถรสมาคม”

สืบเนื่องจากประเด็นดังกล่าวนั้น ก็ดูเหมือนจะสร้างความสงสัยให้แก่สังคมเป็นอย่างมาก จนทำให้ พระมหาไพรวัลย์ ได้ออกมาตอบคำถามดังกล่าว จนคนถามไปต่อไม่เป็นเหมือนกัน

โยม : หลวงพี่ครับ ทำไมพระไทยต้องโกนคิ้วด้วยครับ

อาตมา : อ้อ อาตมาเคยลองถอนทีละเส้นแล้วโยม ไม่ไหว มันเจ็บมาก

นอกจากนี้ พระมหาไพรวัลย์ ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า การโกนคิ้ว นิยมเฉพาะในหมู่สงฆ์ไทย และฝ่ายเถรวาทที่ไปจากไทย เช่น ลาว เขมร และลังกา ส่วนภิกษุหมู่ใหญ่มิได้ปฏิบัติเลย คงไว้คิ้วกันทั้งสิ้น เช่น พระพม่าซึ่งเป็นเถรวาทเช่นเดียวกับไทย และพระฝ่ายมหายานทุกนิกาย และนิกายอื่นๆทุกประเทศ ไม่ว่า ธิเบต จีน ญวน หรือญี่ปุ่น

ส่วนสาเหตุการโกนคิ้วของสงฆ์ไทยนั้น ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่มีการสันนิษฐานไว้อยู่ 3 กรณี คือ

– กรณีที่ 1 ในช่วงรัชกาลที่ 4 มีการให้พระไทยโกนคิ้ว เพื่อแยกต่างจากนักโทษ

– กรณีที่ 2 มีภิกษุยักคิ้วใส่สีกา ความถึงพระสังฆราช จึงออกกฏให้พระไทยต้องโกนคิ้ว (แต่ข้อมูลมีทั้งบอกว่าเกิดขึ้นในสมัยอยุธยา , รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5)

– กรณีที่ 3 สมัยอยุธยา ไทยพม่ารบกัน ทหารพม่าปลอมเป็นพระมาเป็นไส้ศึก พระราชาจึงสั่งให้พระไทยโกนคิ้ว เพื่อแยกแยะพระไทยกับไส้ศึก กล่าวคือ พระพม่าไส้ศึกมีคิ้ว พระไทยไม่มีคิ้ว

ซึ่งกรณีที่ 3 น่าจะเป็นกรณีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด เนื่องจากการโคนกิ้วของสงฆ์ไทย มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ทั้ง 3 กรณีก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนอยู่ดี
#จากเพจ พุทธที่แท้จริง