สั่งสอบเจ้าอาวาส หลังไม่รับ ยอดกฐินที่ไม่ถึงล้าน

จากการเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอในโลกโซเชียล กรณีชาวบ้านไม่พอใจที่เจ้าอาวาสวัดดงสวอง ต.เขาสามยอด อ.เมืองลพบุรี นำเงินกฐินสามัคคีคืนประธาน เนื่องจากไม่พอใจที่ยอดกฐินน้อยกว่าที่คาดหวัง ทำให้พุทธศาสนิกชนต่างงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงขั้นชาวบ้านรวมตัวกันกดดันเจ้าอาวาสให้ออกจากพื้นที่ เพราะพระเห็นเงินสำคัญกว่าบุญ

คุณสุรินทร์ บุญเสริม อายุ 60 ปี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลเขาสามยอด และเป็นประธานทอดกฐินในครั้งนี้ เล่าว่า ครอบครัว เพื่อนๆ และผู้มีจิตศรัทธานำเงินทำบุญ 351,387 บาท ไปถวายเจ้าอาวาสวัดดงสวอง ซึ่งตนเอง ครอบครัว จะทำบุญที่วัดนี้ จนวัดเจริญรุ่งเรือง เมื่อรวมกับเงินที่นักบุญได้ร่วมกันปีนี้ 800,000 บาทเศษ ต่างอิ่มบุญกันถ้วนหน้า แม้ปีนี้จะน้อยกว่าทุกปี เนื่องจากเศรษฐกิจและ cd 19 ซึ่งคิดว่าไม่มีเหตุการณ์อะไร

จนมาเห็นว่าเจ้าอาวาสวัดโพสต์ข้อความลงในไลน์ว่า ปีนี้โยมถามว่าได้กี่ล้านเห็นคนเยอะมาก บอกไม่ถึงล้าน เขาอาจมาดูความสะอาดเป็นระเบียบของวัดเลยลืมทำบุญ เหนื่อยเตรียมงานเป็นเดือน เพื่อให้ญาติโยมเห็นจะได้ช่วยบริจาค ไม่หายเหนื่อยกับสิ่งที่ทุ่มเท ตั้งใจดี ดีใจเห็นคนเยอะมาก แต่ท้อใจกับยอดที่ได้ พระท่านยังโพสต์ว่าเราเอาผ้าไตรจีวรจากวัดไปบอกบุญแล้วเอาเงินจากผ้าไตรจีวรมารวมกับยอดกฐิน ซึ่งสร้างความอัดอั้นตันใจจนบอกไม่ถูก เราคนชอบทำบุญแต่กลับมาถูกข้อกล่าวหาอมเงิน จนครอบครัวรับไม่ได้ จึงได้ติดต่อกับท่านขอพบเพื่อเจรจา แต่ท่านกลับตัดบทขอคืนเงินให้ โดยไม่สนใจคำคัดค้านของใคร

ด้านพระอธิการวราวุธ ชินวโร เจ้าอาวาส กล่าวคำขอโทษ รวมถึงประธานกฐิน และนักบุญทุกท่าน โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่าเป็นความเข้าใจผิด สื่อสารผิดพลาด ซึ่งไม่คิดว่าจะบานปลาย โดยมีพระชั้นผู้ใหญ่หลายท่านกล่าวตำหนิถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ขอยอมรับผิดทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องเงินก็จะขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว จะหาเงินมาทดแทนส่วนที่ขาดหายไปในการทอดกฐินในครั้งนี้จนครบ

ส่วนพระครูสิริจริย าภรณ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดเสาธงทอง พร้อมคณะสงฆ์ ซึ่งเดินทางมายังวัดดงสวอง เพื่อสอบสวนกล่าวว่า เบื้องต้นตรวจสอบแล้วในโซเชียลและพย านบุคคล รวมถึงพระอธิการวราวุธ เจ้าอาวาสวัดดงสวอง สรุปคือมีมูลเหตุจริง ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะว่าพระวราวุธเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านตั้งแต่มารักษาการเจ้าอาวาสกว่า 4 ปี สร้างแต่คุณงามความดี ความเจริญรุ่งเรืองให้กับวัดแห่งนี้ ทั้งนี้ ได้มอบหมายจากเจ้าคณะจังหวัดให้สอบสวนหาข้อเท็จจริง เบื้องต้นได้ว่ากล่าวตักเตือนหรืออาจให้หยุดรักษาการเจ้าอาวาสไว้จนกว่าจะสอบสวนเสร็จสิ้น

ที่มา สำนักข่าวไทย