สักพักงาน 6 เดือน อาสาปากกล้า ปล่อยน้องเจ้าสัวเข้าป่า

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า จากกรณีข่าวเจ้าของแมวพันธุ์ American Shorthair ชื่อน้องเจ้าสัว ระบุว่า แมวของเธอหายไป ซึ่งกู้ภัยจับไว้ได้แต่นำไปปล่อย จนสุดท้ายเจ้าสัวก็ตาย ทางเจ้าของจึงต่อว่าเรื่องที่เอาไปปล่อย ไม่ยอมตามหาเจ้าของ จนเกิดประเด็นดราม่าที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยออกมาตอบโต้กรณีต่าง ๆ ทั้งไม่ใส่ปลอกคอให้แมว และเขียนแฮชแท็กกึ่งประชดทำนองว่า ขอโทษที่คิดถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ขอโทษที่ไม่มีเงินซื้อกรงแมว นอกจากนี้ยังพบคอมเมนต์ที่ระบุว่าคือทีมกู้ภัย เข้ามาเขียนข้อความล้อเลียนจนทำให้เกิดทัวร์ลง เนื่องจากคนรักแมว หรือชาวเน็ตทั่วไป ไม่พอใจกับคำพูดดังกล่าว อาทิ ไอ้เหลือมยิ้มแล้วป่านนี้ และ ผมเป็นคนปล่อยเอง มีอะไรโทร. มา เป็นต้น

ผมเสียใจนะ แต่อยากให้มองมุมกลบั

ทีมข่าวได้สอบถามไปยังนายเมธาสิทธิ์ วันจา อาสาสมัครกู้ภัยที่นำเจ้าสัวไปปล่อย โดยเผยว่า ตนรู้สึกผิด รู้สึกเสียใจที่เจอมันในสภาพที่ตายแล้ว แต่ตนอยากถามอีกมุมหนึ่งว่า ในกรณีนี้ตนผิด ตนยอมรับผิด ขอให้เป็นเคสตัวอย่าง นายเมธาสิทธิ์ บอกอีกว่า แล้วสื่อหรือทาสแมวทั้งหลายมีความคิดอย่างไร หากพวกตนไปจับแมวมาได้แล้วถ่ายรูปลงเพจเพื่อตามหาเจ้าของ แล้วผ่านไปเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน ไม่มีใครมารับเป็นเจ้าของ พวกตนควรจะทำอย่างไรต่อไป ควรปล่อยวัด หรือปล่อยป่า หรือควรทำอย่างไร ให้มีมาตรการเด็ดขาดได้ไหม ตนเชื่อว่าทุกคนที่เป็นอาสาสมัครกู้ภัยในประเทศไทยตอนนี้หวาดระแวงเรื่องแมว หมามากที่สุด กลัวจะมีปัญหาเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สัตว์ ต่าง ๆ


น้องเจ้าสัวจากไปแล้ว

เหลือไว้แค่ความทรงจำ

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของเจ้าของเจ้าสัว เผยว่า เจ้าสัวน่ารัก ไม่ดุร้าย ตนเลี้ยงอย่างดี ตอนกลางคืนจะให้มันนอนในกรงที่ทำเป็นบ้าน ตลอด 2 ปี ไม่เคยปล่อยเจ้าสัวออกจากบ้าน มีการติดกล้องวงจรปิดเพื่อดูแล และที่ไม่ใส่ปลอกคอเพราะกลัวเวลามันปีนป่ายเดี๋ยวจะรัดคอ ทั้งนี้ กรณีการตายของเจ้าสัว จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ รายงานข่าวระบุว่า หัวหน้ามูลนิธิของหน่วยกู้ภัย ได้สั่งให้นายเมธาสิทธิ์พักงานแล้วเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมขอร้องให้ทุกคนหยุดวิจารณ์มูลนิธิในทางเสียหาย ยืนยันว่า นายเมธาสิทธิ์เป็นคนตั้งใจทำงาน ช่วยเหลือทุกคนมาตลอด