คลัง เล็งเก็บภาษีเครื่องใช้ไฟฟ้า ประหยัดไฟเบอร์ 5

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก เมื่อไม่นานมานี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังมอบนโยบายให้กรมสรรพสามิตว่า ได้มอบนโยบายให้กรมไปปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เพื่อสร้างความยั่นยืน โดยให้ไปศึกษาการเก็บภาษีใน 3 กลุ่ม คือ สินค้าสนับสนุนสินค้าเพื่อสุขภาพประชาชน ที่ผ่านมาได้มีการจัดเก็บภาษีความหวานไปแล้ว ซึ่งกลุ่มต่อมาที่จะต้องจัดเก็บคือ ภาษีความเค็ม เป็นสินค้าที่มีอันตรายต่อสุขภาพเหมือนภาษีความหวาน โดยให้ไปศึกษาว่าจะมีการจัดเก็บอย่างไร แต่อาจจะไม่ใช่ภายในเร็วๆนี้ เพราะต้องให้ผ่านพ้นช่วงสถานการณ์โควิดไปก่อน ซึ่งการศึกษาก็เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดเก็บ

กลุ่มสองคือสินค้าประหยัดพลังงาน คือ สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่จะต้องมุ่งให้มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นไปตามนโยบายภาษีลดโลกร้อน ซึ่งอาจจะต้องมีการสร้างมาตรฐานขึ้นมาใหม่ คือ มาตรฐาน5 พลัส จากปัจจุบันที่เครื่องใช้ไฟฟ้ามีมาตรฐานเบอร์ 5

และไม่ถูกจัดเก็บภาษีแต่ในอนาคตหากมีมาตรฐาน 5 พลัส มาตรฐานที่ต่ำลงมาก็ต้องมีการจัดเก็บภาษีเพราะมาตรฐานเดิมมีการใช้มาเป็นระยะเวลา 10 กว่าปีแล้ว ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า ได้ให้ไปพิจารณาว่าจะมีการลดภาษีอย่างไรเพื่อส่งเสริมการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้า

ส่วนการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตงบประมาณปี 2564 คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย เพราะจากการจัดเก็บภาษีในไตรมาส4 ปี 2563 และแนวโน้มไตรมาส 1มีสถานการณ์ที่ดีขึ้นตามการใช้จ่ายและปลดล็อกกิจกรรมของรัฐบาลหลังคลายล็อกดาวน์

นายลวรณแสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า เรื่องการจัดเก็บภาษีสินค้าสุขภาพและสินค้าประหยัดพลังงานเป็นนโยบายที่ให้กรมไปศึกษา ไม่ใช่ว่าจะเก็บตอนนี้เพราะการเก็บภาษีต้องไม่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและต้องให้เวลาปรับตัวกับผู้ประกอบการด้วย ดังนั้นยังพอมีเวลาที่จะศึกษาเพื่อความรอบคอบ