ชาวบ้านทำพิธี ดีปาวลี คืนวันพระจันทร์ดับ

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก สำหรับคืนวันแรม 15 ค่ำ เดือน 12 ที่นับได้ว่าเป็นคืนที่พระจันทร์มืดมิดที่สุดในรอบปี พี่น้องทั่วโลก ที่นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู, ศาสนาซิกข์, ศาสนาเชน นับว่า เป็นคืน ดีปาวลี หรือเทศกาลแห่งแสงไฟของศาสนาฮินดู ผู้ร่วมพิธีสรงน้ำอมฤตต้อนรับ พระลักษมี ที่เสด็จมายังโลก วันที่ 15 พ.ย. เมื่อเวลา 00.09 น. เที่ยงคืนที่ผ่านมา ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 12 ที่นับได้ว่าเป็นคืนที่พระจันทร์มืดมิดที่สุดในรอบปี

พี่น้องทั่วโลกที่นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู, ศาสนาซิกข์, ศาสนาเชน นับว่าเป็นคืน ดีปาวลี หรือเทศกาลแห่งแสงไฟของศาสนาฮินดู ตามอาคาร บ้านเรือน ร้านค้า ถนนหนทาง และศาสนสถาน โบสถ์พราหมณ์ของฮินดู, คุรุทวาราของซิกข์ และ เชนสถานของเชน จะตกแต่งด้วยสีสดใสและประดับแสงไฟสว่างไสว เพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลดีวาลี คืนที่มืดมิดที่สุดของเดือนการ์ติกา ตามปฏิทินฮินดู

ที่จังหวัดระนอง กลุ่มคนเล็กๆ จำนวนหนึ่งที่นับถือพระพิฆเนศ ได้จุดตะเกียงไฟเพื่อทำพิธีบูชาและต้อนรับ พระแม่ลักษมี เทวีแห่งโชคลาภความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่ง โดยทุกคนได้นำ กระเป๋าสตางค์ สมุดบัญชีธนาคาร มาใส่พานร่วมพิธีด้วย ตามความเชื่อให้มีเงินงอกงามเพิ่มพูน บนโต๊ะบูชาไฟก็จะมี 5 น้ำอมฤต คือ น้ำนมสด น้ำเนย น้ำเชื่อม น้ำโยเกิร์ต เพื่อตักอาบและถวายเทวรูปพระลักษมี

ภาพการประกอบพิธี

โดยเริ่มจากการนำดอกกุหลาบจุ่มน้ำบริสุทธิ์มาประพรมตามองค์เทวรูป ก็จะตามด้วยการสรงน้ำอมฤตทั้ง 5 โดยความเชื่อสิ่งบูชาทุกสิ่งเกิดจาก 4 ธาตุ คือ ดอกไม้ ผลไม้ เกิดจาก ธาตุดิน, น้ำอมฤต ทั้ง 5 เกิดจาก ธาตุน้ำ, ธาตุไฟ คือแสงจากไฟและแสงจากประทีปที่จุดสว่างไสว, ส่วนธาตุลม เกิดจากมนตราที่ออกจากปากที่ออกมา รวมทั้งกำยานหรือธูปที่จะจุดต่อจากนี้ เพราะฉะนั้นการบูชาทั้งทางพุทธและฮินดู ก็ถือว่าเป็นการบูชาธรรมชาติเพื่อกลับคืนสู่ธรรมชาติ เป็นเรื่องปกติ

ทั้งนี้ ดีปาวลี คืนวันพระจันทร์ดับ หรือ เทศกาลแห่งแสงไฟ ของศาสนาฮินดู ชาวบ้าน จ.ระนอง ร่วมพิธีสรงน้ำอมฤตต้อนรับ พระลักษมีที่เสด็จมายังโลก