คลังเผย สาเหตุที่ต้องกู้เงินอีก 4.5 หมื่นล้าน ใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 16 พ.ย.63 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวหลังลงนามสัญญาความร่วมมือทางด้านการเงิน ระหว่างกระทรวงการคลัง และธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ในโครงการ โ ควิ ด -19 Active Response and Expenditure Support Program วงเงิน 1,500 ล้านดอลลาร์ หรือ 45,000 ล้านบาท ว่า การกู้เงินดังกล่าวเป็นการดำเนินการภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวย าและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ของโ ค วิ ด – 19 พ.ศ. 2563 (พ.ร.ก. โ ควิ ด-19) วงเงิน 1 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ เอดีบี จัดเตรียมมาตรการทางการเงิน วงเงินรวม 20,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้การสนับสนุนแก่ประเทศสมาชิกในการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขเงินกู้แบบผ่อนปรน ซึ่งสามารถนำไปสนับสนุนด้านงบประมาณให้แก่รัฐบาลของกลุ่มประเทศสมาชิกเพื่อดำเนินนโยบายและมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหา

สำหรับการกู้เงินจากเอดีบี เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตาม พ.ร.ก.โ ควิ ด-19 ใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1. แผนงานหรือโครงการทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อแก้ปัญหาการแพร่ของโ ควิ ด-19 และ 2. เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้กับประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ 3. เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งการเบิกจ่ายเงินจะทยอยเบิกจ่ายตามความต้องการใช้เงิน โดยดูเวลาและจังหวะที่เหมาะสมด้วย

คลังมีภารกิจในการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะของประเทศ โดยการกู้เงินให้สอดคล้องและเพียงพอต่อความต้องการใช้จ่ายของรัฐบาลภายใต้ต้นทุนและความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อรักษาความยั่งยืนของฐานะการเงินการคลังของรัฐบาล รวมทั้งสอดคล้องกับสภาวะตลาดและป้องกันไม่ให้เกิดการแย่งชิงสภาพคล่องหรือทรัพยากรทางการเงิน (Crowding Out) กับภาคเอกชนซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการกู้เงินโดยรวมของประเทศ

ดังนั้นการกู้เงินจากเอดีบีในครั้งนี้จึงถือเป็นการกระจายแหล่งเงินกู้เพื่อให้เกิดความสมดุล ไม่ได้กู้แค่ภายในประเทศเพียงอย่างเดียว เพราะหากรัฐบาลกู้ภายในประเทศทั้งหมดจะมีผลกระทบกับภาคเอกชน นายอาคม กล่าว

นายอาคม กล่าวอีกว่า การกู้เงินตาม พ.ร.ก.โ ควิ ด-19 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ยังเพียงพอสำหรับใช้ในการช่วยเหลือประชาชน และภาคธุรกิจ รวมถึงเพื่อฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจ ยังมีวงเงินเพียงพอ ไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเติม

นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ภาพรวมการกู้เงินตาม พ.ร.ก. โ ควิ ด-19 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ขณะนี้มีการกู้เงินไปแล้ว 3.38 แสนล้านบาท โดยการใช้เงินจะทยอยเบิกจ่ายตามความต้องการ และโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับการอนุมัติ

สำหรับโครงการคนละครึ่งของรัฐบาลที่ขณะนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี และเตรียมที่จะดำเนินโครงการในระยะที่ 2 นั้น ความต้องการใช้เงินในส่วนนี้ก็จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น สบน. จะต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูว่าความเร็วของการใช้เงินในโครงการคนละครึ่งทั้งหมดมากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้เตรียมวงเงินรองรับไว้

โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 นี้ยังใช้วงเงินดำเนินการจากเงินกู้เดิมที่ได้กู้ไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่หากมีเฟส 2 ซึ่งขณะนี้โครงการได้รับความนิยมมาก นั่นหมายความว่าการใช้เงินก็คงจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็ต้องมานั่งคุยกับหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าความต้องการใช้เงินจะเร็วแค่ไหน เพื่อ สบน.จะได้เตรียมเงินใส่ถังไว้ให้ ซึ่ง สบน. มีตารางการกู้เงินอยู่แล้ว โดยการกู้จะทยอยกู้ไม่ได้กู้เป็นก้อนใหญ่มากองไว้ นางแพตริเซีย กล่าว