คลังฯฝากเตือน ห้ามส่งต่อ คิวอาร์โค้ด

เรียกได้ว่าเป็นข่าวที่กำลังถูกพูดถึงอยู่ในขณะนี้เมื่อวันที่ 2 ก.ค.64 น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง

เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการใช้จ่ายในมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่กระจายของ CV-19 ประกอบด้วย โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (เฟส 3)

โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โครงการเพิ่มกำลังซื้อกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่ 3 และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

โดยเปิดให้ประชาชนใช้จ่ายวันแรก เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 พบว่า มีผู้ใช้สิทธิรวมทุกโครงการกว่า 7.8 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวม ทั้งหมด 1,646 ล้านบาท

น.ส.กุลยา กล่าวว่า ซึ่ง แบ่งเป็นยอดการใช้จ่าย ได้ดังนี้

1. โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 3.5 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายรวม 791 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 399 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 392 ล้านบาท

2. โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 3,428 ราย โดยเป็นยอดการใช้จ่ายรวม 9.1 ล้านบาท

3. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 4.2 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายรวม 826 ล้านบาท

4. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิจำนวนกว่า 1 แสนราย มียอดการใช้จ่ายรวม 19.6 ล้านบาท

น.ส.กุลยา กล่าวว่า ขอย้ำว่าการใช้จ่ายในทุกโครงการจะต้องเป็นการจ่ายเงินระหว่างประชาชนกับร้านค้าหรือผู้ให้บริการแบบพบหน้าเท่านั้น และจะต้องไม่มีกระบวนการใดๆ รองรับการซื้อขายที่ดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ หรือผ่านคนกลาง ไม่ว่าด้วยวิธีการใด ที่เป็นการหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมแบบพบหน้าดังกล่าว เช่น การนำคิวอาร์ โค้ด (QR Code) ไปคัดลอกส่งต่อแก่บุคคลอื่นเพื่อสแกนจ่ายเงิน เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการและตรวจสอบความถูกต้องได้ นอกจากนี้ ในการสแกนจ่ายค่าสินค้าหรือบริการจะต้องระบุยอดเงินให้ตรงตามมูลค่าสินค้าหรือบริการนั้น เนื่องจากไม่สามารถทอนเงินหรือรับแลกสินค้าหรือบริการคืนเป็นเงินสดได้ ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยสามารถตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมแต่ละโครงการได้ที่www.คนละครึ่ง.com หรือ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com