2 หมื่นล้านซื้อเรือดำน้ำ ช่วยคนตกงานได้

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก วันที่ 22 สิงหาคม 2563 ทีมขข่าวได้รับรายงานว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุถึงกรณี การลงมติในอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ใน กมธ.งบประมาณ 2564 กรณีจัดซื้อเรือดำน้ำ จำนวน 2 ลำ มูลค่าลำละ 11,250 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 22550 ล้านบาท โดยมีการออกเสียงเสมอกัน 4-4 ก่อนที่ สุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธาน กมธ. ลงคะแนนเสียงเห็นด้วย ทำให้ได้รับความเห็นชอบ

โดยเนื้อหาทั้งหมดมีรายละเอียดดังนี้

วันนี้พรรคเพื่อไทย โดย ส.ส. ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อไทย ส.ส.ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เพื่อไทย และ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ในคณะอนุกรรมการงบประมาณด้านครุภัณฑ์ ได้เสนอให้ตัดงบประมาณในการจัดซื้อเรือดำน้ำ จำนวน 2 ลำ มูลค่ารวม 22500 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จัดซื้อไปแล้ว 1 ลำ แต่ถึงตอนลงคะแนน เสียงฝ่ายค้านแพ้ไป 1 เสียง

แต่พรรคเพื่อไทยจะไม่ยอมแพ้ จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ อย่างแน่นอน เราจะนำไปเสนอให้ตัดในกรรมาธิการงบประมาณชุดใหญ่อีกครั้งหนึ่ง พรรคเพื่อไทย เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง

ที่จะมาใช้เงินจำนวนมหาศาล ไปจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ในขณะที่ประเทศชาติกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ประชาชนกำลังอดอยาก แทนที่จะใช้เงิน 22500 ล้านบาท ไปซื้อเรือดำน้ำ ควรเอาเงินภาษีของประชาชนจำนวนมหาศาลนี้ ไปใช้สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับประชาชนคนส่วนใหญ่ดีกว่า

เงิน 22500 ล้านบาท เอาไปช่วยคนตกงาน คนละ 5000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน จะช่วยนักศึกษาจบใหม่และคนตกงานได้ถึง 750000 คนนะคะ นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า บริษัทที่เป็นนายหน้าจัดซื้อเรือดำน้ำใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจในรัฐบาล และนอกจากได้งานจัดซื้อเรือดำน้ำแล้ว ยังกวาดงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีของทุกกระทรวงอีกด้วย

เรื่องแบบนี้ เพื่อไทยจะไม่ปล่อยไว้แน่ เราจะทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าใครได้รับผลประโยชน์จากการจัดซื้อหรือไม่ แล้วรอเจอกันตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ