ชาวบ้านจุดธูปบูชาดอกลำเจียกโบราณ ที่บานในรอบ 1,300 ปี

เรียกได้ว่ากลายเป็นภาพที่ชาวเน็ตต่างเข้าพูดมาถึงกันเมื่อเร็วๆนี้หลังจากที่ได้มีการนำเสนอข่าวดอกลำเจียกบานในรอบ 1,300 ปี ออกดอกเป็นสีเหลือง ท่ามกลางดงของต้นลำเจียกสีเขียว เพียงดอกเดียว อยู่บริเวณข้างสระบัว ที่ปราสาทภูมิโปน

ซึ่งเป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีอายุกว่า 1,300 ปี ตั้งอยู่บ้านภูมิโปน ต.ดม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งชาวบ้านเชื่อตามตำนานว่า พระนางศรีจันทรา หรือ

ราชวงศ์พระจันทร์ เจ้าหญิงแห่งภูมิโปน ได้ปลูกต้นลำเจียกเสี่ยงทายก่อนที่พระนางจะถูกจับจากภูมิโปนไปเป็นมเหสีของกษัตริย์แห่งนครนายพราน (จยาธปุระ) ถ้านางไม่ได้กลับ ขอให้ต้นลำเจียกอย่าออกดอก นับแต่นั้นมา ต้นลำเจียกที่นี่ไม่เคยออกดอกอีกเลย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาดอกลำเจียกก็ไม่เคยบานอีกเลยกว่า 1,300 ปี

นอกจากนี้มีเรื่องราวจากชาวบ้านภูมิโปนแห่งนี้ ที่เล่ากันว่า เมื่อประมาณปี 2531 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรชมปราสาทภูมโปนและเยี่ยมเยือนราษฎร ในพื้นที่ และเกิดปรากฏการณ์ดอกลำเจียกส่งกลิ่นหอมลอยโชยคละคลุ้งทั่วบริเวณปราสาทภูมิโปนจนชาวบ้านรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นดอกลำเจียกบานแต่อย่างใด

และการบานของดอกลำเจียกในครั้งนี้ ชาวบ้านจึงเชื่อว่าเป็นนิมิตหมายอันดีและเป็นการบานต้อนรับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาในพื้นที่ใกล้เคียง ในช่วงต้นเดือน ก.ค.64 นี้

หลังจากสื่อมวลชนนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น พบว่าช่วงวันหยุดวันอาทิตย์ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาชมและกราบไหว้ดอกลำเจียกอย่างคึกคักตลอดทั้งวันเป็นพิเศษ เนื่องจากใกล้ที่จะถึงวันที่สลากกินแบ่งรัฐบาลจะออกรางวัล จึงพากันนำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้บูชา พร้อมจุดธูปจีนเสี่ยงทายตัวเลขกันจำนวนมาก และพบว่าธูปนั้นปรากฏตัวเลขที่แตกต่างกันออกไป ก่อนที่จะถือโอกาสเดินชมปราสาทภูมิโดยรอบบริเวณด้วยบรรยากาศที่คึกคักอย่างยิ่ง

ขณะที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าขายล็อตเตอรี่ ก็พากันมาตั้งแผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลกันอย่างคึกคักเช่นกัน

สำหรับปราสาทภูมิโปน ประกอบด้วย โบราณสถาน 4 หลัง คือ ปราสาทก่ออิฐ 3 หลัง และศิลาแลง 1 หลัง มีอายุการก่อสร้าง อย่างน้อย 2 สมัย ปราสาทก่ออิฐหลังใหญ่ และหลังทางทิศเหนือสุด นับเป็นปราสาท แบบศิลปะเขมร ที่มีอายุเก่าที่สุด ในประเทศไทย คือราวพุทธศตวรรษที่ 13 หรือประมาณ 1,300 ปี