กอปภ.ก. แจ้งเตือน 8 จังหวัด เตรียมรับมือ น้ำท่วม

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 24 พ.ย. นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาพอากาศ ปัจจัยเชิงพื้นที่ ประกอบกับศูนย์อุตุฯภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้มีประกาศฉบับที่ 3 (71/2563) ลงวันที่ 24 พ.ย. แจ้งว่าบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น

รวมทั้งหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างใกล้เกาะบอร์เนียว สหพันธรัฐมาเลเซีย มีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวทางตะวันตกผ่านสหพันธรัฐมาเลเซีย ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ปริมาณฝนสะสมอาจทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัย สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างจะมีกำลังแรง ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร

นายบุญธรรม กล่าวต่อว่า กอปภ.ก. จึงได้ประสาน 8 จังหวัดภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 25 – 28 พ.ย.ดังนี้ พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง 8 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร (อำเภอพะโต๊ะ อำเภอหลังสวน และอำเภอละแม)

สุราษฎร์ธานี (อำเภอบ้านตาขุน อำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอท่าฉาง อำเภอคีรีรัฐนิคม อำเภอพนม อำเภอวิภาวดี อำเภอไชยา อำเภอท่าชนะ และอำเภอดอนสัก) นครศรีธรรมราช (อำเภอขนอม อำเภอช้างกลาง อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอหัวไทร อำเภอท่าศาลา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอปากพนัง อำเภอทุ่งสง อำเภอฉวาง อำเภอพระพรหม อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอพิปูน อำเภอสิชล อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอชะอวด อำเภอพรหมคีรี อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอนบพิตำ และอำเภอลานสกา)

พัทลุง (อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอศรีนครินทร์ อำเภอศรีบรรพต อำเภอบางแก้ว อำเภอป่าพะยอม อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหรา อำเภอตะโหมด และอำเภอป่าบอน) สงขลา (อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสะเดา อำเภอควนเนียง อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอรัตภูมิ อำเภอสิงหนคร อำเภอบางกล่ำ อำเภอคลองหอยโข่ง อำเภอนาทวี อำเภอเทพา อำเภอเมืองสงขลา อำเภอจะนะ อำเภอหาดใหญ่ และอำเภอนาหม่อม)

ปัตตานี (อำเภอปะนาเระ อำเภอยะหริ่ง อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอสายบุรี อำเภอแม่ลาน อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอไม้แก่น อำเภอยะรัง อำเภอมายอ อำเภอกะพ้อ อำเภอหนองจิก และอำเภอทุ่งยางแดง) ยะลา (อำเภอกาบัง อำเภอบันนังสตา อำเภอกรงปีนัง อำเภอยะหา อำเภอเบตง อำเภอเมืองยะลา อำเภอธารโต และอำเภอรามัน) นราธิวาส (อำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน อำเภอสะไหงปาดี อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอจะแนะ อำเภอศรีสาคร อำเภอตากใบ อำเภอระแงะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอเมืองนราธิวาส และอำเภอบาเจาะ)

นายบุญธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรง 4 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส รวมถึงสั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้มสถานการณ์ภัยต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ชุมชนเมือง พื้นที่ริมแม่น้ำลำคลอง ที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเล อีกทั้งจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที ตลอดจนประสานหน่วยงานในพื้นที่ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างการรับรู้และแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ภัย แนวทางการปฏิบัติตน และการอพยพไปยังจุดปลอดภัยผ่านทุกช่องทาง

วมถึงเน้นย้ำให้ดูและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะด้านการดำรงชีพในเบื้องต้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพย ากรณ์อากาศ และสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่อันตราย เตรียมรับมือกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน