คลัง เผยสิ่งที่ควรรู้ 7 ข้อ สำหรับคนที่จะใช้สิทธิ คนละครึ่ง ต่อจากเฟสแรก

เป็นโครงการที่ประชาชนชาวไทยให้ความสนใจสุดๆ ตอนนี้จริงๆ สำหรับ โครงการคนละครึ่ง ที่ได้เสียงเรียกร้องจากประชาชนและร้านค้าเป็นอย่างดี ล่าสุด กระทรวงการคลังได้เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการในระยะต่อไปออกมาแล้ว โดยสามารถสรุปได้ 7 ข้อ ดังนี้

กระทรวงการคลัง พิจารณาโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 ทั้งวงเงินงบประมาณ และสิทธิ์ผู้ที่จะได้รับ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน

ผู้ที่ได้รับสิทธิ คนละครึ่ง เฟสแรกอาจไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพราะกระทรวงการคลังมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว ซึ่งจะง่ายต่อการใช้สิทธิต่อเนื่อง

ธนาคารกรุงไทย จะรวบรวมยอดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา เพื่อใช้ประเมินสิทธิที่จะให้ในเฟส 2 เพิ่มเติม

หากมีการเพิ่มวงเงินการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 มากกว่าเฟสแรก จะมีการเพิ่มวงเงินหรือท็อปอัพให้คนที่ได้คนละครึ่งเฟสแรกโดยอัตโนมัติ

คาดว่าจะพิจารณาขยายระยะเวลาการใช้จ่ายให้ยาวมากขึ้น ซึ่งอาจยาวไปถึงเทศกาลตรุษจีนปีหน้า

อาจจะเพิ่มจำนวนสิทธิเป็น 14-15 ล้านคน ซึ่งเป็นไปตามการรวบรวมข้อมูลของธนาคารกรุงไทย

คาดว่าจะสามารถสรุปและเสนอ คณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบ (ศบศ.) ต้นเดือนธันวาคม 2563 ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาอนุมัติ

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยอดการใช้จ่ายภายใต้โครงการคนละครึ่ง เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2563 มูลค่าการใช้จ่ายรวม 23,023 ล้านบาท การใช้จ่ายรวมดังกล่าวเป็นส่วนของประชาชนใช้จ่ายเองกว่า 11,747 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 51 และรัฐสมทบกว่า 11,275 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 49 ส่วนร้านค้าลงทะเบียนแล้วกว่า 782,000 ร้านค้า

ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการ คนละครึ่ง ที่ผ่านมาของรัฐบาล ส่งผลให้เม็ดเงินกระจายสู่ประชาชนและร้านค้าชุมชนต่างๆ รวมถึงหาบเร่ แผงลอยที่เข้าร่วมโครงการ มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งจังหวัดตรังมีการใช้จ่ายกว่า 400 ล้านบาท อันดับ 2 ของเมืองรอง อันดับ 10 ของประเทศ